สวัสดีค่ะ ห่างหายไปนานกับการเขียนบล๊อค
ในที่สุดก็พ้นช่วงวุ่นวายไปแล้วในหลายๆเรื่อง
และสภาพจิตใจก็อยู่ในเกณฑ์ อารมณ์กริ่มๆได้ที่
วันนี้จึงออกมาเวิ่นกันต่อ
ในที่สุดก็พ้นช่วงวุ่นวายไปแล้วในหลายๆเรื่อง
และสภาพจิตใจก็อยู่ในเกณฑ์ อารมณ์กริ่มๆได้ที่
วันนี้จึงออกมาเวิ่นกันต่อ
คราวก่อน มีการลงการปฎิบัติธรรมวันแรกไปแล้ว
จริงๆก็อยากทำเป็น แต่ละวันจนถึงวัน ลาศีล
แต่ว่ามันนาน และดูเหมือนว่า
เราๆจะไม่ค่อยอยู่ในศีลกันได้นานๆ นัก ดูน่าเบื่อไปบ้าง
แต่เราก็อยากเขียนให้จบค่ะ ตอนนี้จึงรวบเป็นวันที่ 2-7 เลยทีเดียว
รวมเอาเหตุการณ์ที่น่าจดจำเอาไว้ดีกว่า มาดูกันค่ะ
แต่ว่ามันนาน และดูเหมือนว่า
เราๆจะไม่ค่อยอยู่ในศีลกันได้นานๆ นัก ดูน่าเบื่อไปบ้าง
แต่เราก็อยากเขียนให้จบค่ะ ตอนนี้จึงรวบเป็นวันที่ 2-7 เลยทีเดียว
รวมเอาเหตุการณ์ที่น่าจดจำเอาไว้ดีกว่า มาดูกันค่ะ
ขอเรียกว่า 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่น่ารัก
แล้วกันนะคะ
1.นาฬิกาปลุกที่ไม่ว่ามือถือจะล้ำขนาดไหนก็ไม่สามารถปลุกแบบนี้ได้
ที่วัดเรียกกันว่า “ระฆังกังวาล” ค่ะ
1.นาฬิกาปลุกที่ไม่ว่ามือถือจะล้ำขนาดไหนก็ไม่สามารถปลุกแบบนี้ได้
ที่วัดเรียกกันว่า “ระฆังกังวาล” ค่ะ
สมชื่อสุดๆ
เพราะว่านอกจากจะดังแล้ว
สมัยก่อนเมื่อยังเด็กน้อยหอยสังฆ์จะได้ยินทุกเช้าและเย็น
มันก็ไม่ดังเท่าไหร่หรอก แต่พอมันมาอยู่ข้างห้อง ที่อยู่บนยอดเขานี่สิ
ที่นี่มันจะดังทุกเช้าเวลา 4:00 นาฬิกาค่ะ เช้าไป๊ z
Z
และไม่ว่าเส้นประสาทที่ถูกสั่งให้ลึกขนาดไหนมันก็ขุดขึ้นมาได้
แม้แต่คนขี้เซาอย่างเราที่เป็นเด็กดี ต้องนอนมากกว่า 8 ชม.ตลอด
(เคยนอนยาวประมาณ 20 ชม.) ยังต้องตื่นค่ะงานนี้
มันสั่นประสาทได้ดีจริงๆค่ะ งานนี้เราเคยคิดนะว่า
ถ้ามีผู้ป่วยที่เป็นเจ้าหญิงนิทรา อาจจะฟื้นเพราะมันก็เป็นได้
ดังนั้นคุณระฆังผู้น่ารัก ที่กังวาลตลอดเวลา 5 นาทีเต็มๆ
จึงติดสอยห้อยตามแม้จะออกจากศีลด้วยค่ะ ^^
และไม่ว่าเส้นประสาทที่ถูกสั่งให้ลึกขนาดไหนมันก็ขุดขึ้นมาได้
แม้แต่คนขี้เซาอย่างเราที่เป็นเด็กดี ต้องนอนมากกว่า 8 ชม.ตลอด
(เคยนอนยาวประมาณ 20 ชม.) ยังต้องตื่นค่ะงานนี้
มันสั่นประสาทได้ดีจริงๆค่ะ งานนี้เราเคยคิดนะว่า
ถ้ามีผู้ป่วยที่เป็นเจ้าหญิงนิทรา อาจจะฟื้นเพราะมันก็เป็นได้
ดังนั้นคุณระฆังผู้น่ารัก ที่กังวาลตลอดเวลา 5 นาทีเต็มๆ
จึงติดสอยห้อยตามแม้จะออกจากศีลด้วยค่ะ ^^
2. อย่างที่สองไม่ใช่สิ่งของ
แต่เป็นการกระทำค่ะ
เราเรียกว่า “การพิจารณาอาหาร”ค่ะ
ตอนแรกที่รู้ว่าต้องกินข้าวแค่สองมื้อ
เราจึงคำนวนการอัดเสบียงเต็มที่ค่ะ
เนื่องจากปติเป็นคนทานอาหารวันละ 4-5 มื้อ ฮา..
เราเรียกว่า “การพิจารณาอาหาร”ค่ะ
ตอนแรกที่รู้ว่าต้องกินข้าวแค่สองมื้อ
เราจึงคำนวนการอัดเสบียงเต็มที่ค่ะ
เนื่องจากปติเป็นคนทานอาหารวันละ 4-5 มื้อ ฮา..
วันที่ 1 เข้ารับศีลตอนเย็นไม่ได้
ทำศีลข้อนี้
แต่พอเช้าวันที่ 2 คือ มื้อเช้าอัดเต็มสตรีม
แต่หลังจากนั้น ช่วงฟรีไทม์อ่านหนังสือเพลินไปเผลอหลับไปเลย==
ตื่นมา 12.30 น. ฉะนั้น วันที่สองก็อดมื้อเพลไปโดยปริยาย
แต่พอเช้าวันที่ 2 คือ มื้อเช้าอัดเต็มสตรีม
แต่หลังจากนั้น ช่วงฟรีไทม์อ่านหนังสือเพลินไปเผลอหลับไปเลย==
ตื่นมา 12.30 น. ฉะนั้น วันที่สองก็อดมื้อเพลไปโดยปริยาย
วันที่ 3 ซัดมื้อเช้าแบบเต็มสตรีมค่ะ
ปละผลก็คือ.. ฉันท์มื้อเพลได้นิดเดียวก็จุกค่ะ
เพราะว่าวันนี้มีปัจเวกภัตตาหารเช้า
กว่าจะได้ฉันท์ก็ประมาณ 8-9 โมงเช้าค่ะ
มื้อเพลก็ซัดตอนอีก 15 นาทีจะเที่ยง เอาให้คุ้ม
และพอหลังจากนั้นเท่านั้นแหละ...ท้องอืด ไม่ย่อย ปวดท้อง
เพราะทานมากเกินไป ทานไม่เป็นเวลา
และนิสัยการกินผิดจากปกติวิสัย กระเพาะถามหาสิคะ จะบร้าตาย
สุดท้ายต้องยาธาตุเท่านั้น ณ เย็นวันนั้นก็ยังคงจุก
นอนแบบจุกๆจนถึงเช้าอีกวัน
วันที่ 4 เปลี่ยนแผนแล้ว คือลดมื้อเช้า และเพิ่มมื้อเพลแทน
ลดนิดเดียวจริงๆ และตอนเช้า เวลาการปัจเวกก็ไม่เท่ากัน
บางครั้งจะได้ฉันท์ตอน เก้าโมง คราวนี้ เตรียมอย่างดี
คือทานให้พออิ่ม พอใกล้เที่ยงก็มีเพิ่มของหวานนิดหน่อย
ก็ยังพอมีอึดๆบ้าง เพราะมื้อเช้าและเพลห่างกันไม่กี่ ชั่วโมง
วันที่ 5 เราลดอาหารทั้งสองมื้อลงอีก
และเริ่มสังเกตว่าร่างกายเราต้องการอาหารน้อยลง
มื้อเช้า ทานแค่ให้พอหายอยาก ไม่ใช่ทานให้อิ่ม
เพราะเวลามันเดินเร็ว ทานให้พออยู่ท้อง 2-3 ชม.
และชั่งเวลานั้นก็ทำงาน ออกกำลังกายด้วยการเดินจงกลม
ให้อาหารมันย่อย พระท่านว่ากินน้อยไปก็ไม่อยู่ท้อง
กินมากไปก็ง่วง ทำให้เกียจคร้าน ฉะนั้นการพิจารณาอาหารจึงสำคัญ
คราวนี้ ช่วงเพลก็ไม่มีปัญหาเรย ท้องก็หายอืดแล้ว
ช่วงเย็นดื่มแต่น้ำ มันหิว แต่ทนได้ นอนก็นอนหลับ
เพราะสวดมนต์ก่อนนอน
2 วันสุดท้ายไม่ต้องพูดถึง เรื่องอาหาร ไม่มีปัญหาเลย
และเป็นที่มาของการเปลี่ยนนิสัยการกิน จากกินให้อิ่ม
กลายเป็นกินเพื่อให้หายอยาก กินเพื่อให้ร่างกายไม่อ่อนแอ
ปกติ กินข้าวมื้อละ 2 ชาม ทุกวันนี้ กินมื้อละ 1 ทัพพี
ฉะนั้นเราจึงยกให้เป็นเรื่องที่ 2 ของสิ่งมหัศจรยย์ค่ะ
และเริ่มสังเกตว่าร่างกายเราต้องการอาหารน้อยลง
มื้อเช้า ทานแค่ให้พอหายอยาก ไม่ใช่ทานให้อิ่ม
เพราะเวลามันเดินเร็ว ทานให้พออยู่ท้อง 2-3 ชม.
และชั่งเวลานั้นก็ทำงาน ออกกำลังกายด้วยการเดินจงกลม
ให้อาหารมันย่อย พระท่านว่ากินน้อยไปก็ไม่อยู่ท้อง
กินมากไปก็ง่วง ทำให้เกียจคร้าน ฉะนั้นการพิจารณาอาหารจึงสำคัญ
คราวนี้ ช่วงเพลก็ไม่มีปัญหาเรย ท้องก็หายอืดแล้ว
ช่วงเย็นดื่มแต่น้ำ มันหิว แต่ทนได้ นอนก็นอนหลับ
เพราะสวดมนต์ก่อนนอน
2 วันสุดท้ายไม่ต้องพูดถึง เรื่องอาหาร ไม่มีปัญหาเลย
และเป็นที่มาของการเปลี่ยนนิสัยการกิน จากกินให้อิ่ม
กลายเป็นกินเพื่อให้หายอยาก กินเพื่อให้ร่างกายไม่อ่อนแอ
ปกติ กินข้าวมื้อละ 2 ชาม ทุกวันนี้ กินมื้อละ 1 ทัพพี
ฉะนั้นเราจึงยกให้เป็นเรื่องที่ 2 ของสิ่งมหัศจรยย์ค่ะ
3.สิ่งมหัศจรรย์เรื่องที่ 3 เป็นการกระทำอีกแล้วค่ะ
“ทางโลก ย่อมต่างจากทางธรรม”
เข้าใจวัดเส้าหลินทำไมชอบตั้งบนเขา
เข้าใจคนอยากละทางโลกที่หนีเข้าป่ากันเยอะแยะ
การอยู่ในบริเวณสาธารณะ ที่ไม่ใช่บริเวณที่มีผู้ปฏิบัติธรรมแบบเคร่งครัด
การอยู่ร่วมกันค่อนข้างลำบากมากจริงๆ
มีวันหนึ่งเราลงเขากลับไปบ้านเพื่อเอาเอกสารสำหรับการเรียนต่อค่ะ
และตอนกลับ คือเรามีแต่ชุดขาว และย่ามหนึ่งใบ อย่างคนถือศีล
แค่ก้าวขึ้นรถโดยสารสาธารณะ ก็แทบจะศีลแตก เพราะ ผู้ชายเต็มรถเบย
แถมจะให้เราไปนั่งกับผู้หญิง เขาก็ไม่ขยับให้ อาจจะเพราะเราไม่ใช่สมณะเพศเต็มตัว
แต่เราเคร่งศีลนะ ตอนนั้นอ่ะ เพราะมันมีรายละเอียดเรื่องกามเม
ที่รวมไปถึงการไม่แตะต้องผู้อื่นโดยไม่จำเป็นแม้แต่เพศเดียวกัน
ก็ไม่ควรนวดเฟ้นหั้นอะไรประมาณนั้น
ไอ้เรามันก็รู้อยู่แก่ใจ ก็พยายามทำตัวลีบที่สุด จนมาถึงที่บ้านได้
พอมาถึงก็เจอปัญหาใหญ่ตรงที่ว่า ปกติพ่อชอบเข้ามากอดหรือคลอเคลีย
ตามประสาพ่อ บ้าลูกสาวทั่วไป
เราเองก็ปากไวใจเร็ว ดันบอกว่า อย่าแตะต้องเรานะ เราอยู่ในศีล
แม้แต่แม่เองเราก็ไม่ค่อยเข้าไปอ้อน จนแม่แบบว่าตกใจ
พ่อเราก็งอนไปพักหนึ่ง เราก็ขอโทษก็อธิบายให้เขาเข้าใจ
แต่พอรู้เขาก็พยายามระวังมากขึ้น (ดูออกเลยว่าดูอึดอัดกันมาก)
อีกอย่างคือ แม่ถามว่าจะนอนมั้ย เราก็บอกซักงีบก็ได้
กำลังจำเข้าไปนอนห้องแม่เท่านั้นแหละ
ต้องเดินออกมาถามว่ามีฟูกมั้ย เรานอนเตียงไม่ได้ 555
แม่เงิบเรย คราวนี้ ก็เข้าไม่ให้นอนที่นอนสูง นอกจากฟูกบางๆกันเจ็บหลัง
เรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่เรารู้สึกว่า เออมันยากขนาดนี้เชียว
กับ ศีลแค่ 8 ข้อเนี่ย ยกให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่น่ารักในใจเรา
หลังจากวันที่ออกจากศีลแล้ว
พอคุยกับแม่เล่นๆว่าเดี๋ยวบวชชีโกนหัวให้พ่อกับแม่ดีไม่
ทั้งสองคนตอบพร้อมกันแบบไม่ต้องคิด "ไม่ได้" 555
วันนี้จะว่ายาวก็ยาวมาก แต่จะพยายามจบให้ได้ในตอนหน้านะคะ
เหลืออีก 4 สิ่งมหัศจรรย์ที่น่ารัก ช่วยสนับสนุนกันต่อไปด้วยนะคะ
สำหรับวันนี้ ง่วงมากแล้ว ราตรีสวัสดิ์ พระคุ้มครองค่ะ ^^

