Thursday, February 26, 2015

รีวิว capsule hotel ญี่ปุ่น(แคปซูลผู้หญิง)@Asakusa

สวัสดีจ้าาา

วันนี้อยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์การนอนโรงแรมหลายๆแบบ
ประเภทโรงแรมที่เราเลือกคือ  "โรงแรมแคปซูล" สำหรับผู้หญิง!
โรงแรมแคปซูลจะเป็นโรงแรมที่มีอยู่แพร่หลายในญี่ปุ่น
ดังนั้นคนที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าพลาดนะคะ ลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆกัน!

capsule hotel เหมาะกับใครบ้าง? 
เนื่องจากโรงแรมที่เราแนะนำเป็น capsule ผู้หญิง
ฉะนั้นคุณต้องเป็น ผู้หญิง!(ในกรณีนี้)
Ps. รร. แคปซูลบางแห่งจะรับเฉพาะผู้ชาย

-เหมาะกับผู้ที่ต้องการประงบค่าที่พัก  (ที่นี่ ราคาเริ่มต้น 1,600 yen)
-คนที่ชอบลุยเดี่ยว
-กล้าอาบน้ำแบบญี่ปุ่น(แต่หลีกเลี่ยงได้-เดี๋ยวจะบอก อิ อิ)

 
ชื่อโรงแรม: Asakusa Hotel Wasou
ราคา:1,600 Yen จองผ่าน เว็บไซต์โรงแรม Asakusa Hotel Wasou
         1,936 Yen  โดยประมาณ ตัดบัตรเครดิต จองผ่าน Agoda
         2,000 - 2,200 Yen ราคาตามฤดูกาล ไม่ต้องใช้ บัตรเครดิตในการจอง 
       จองเงินสดเมื่อ check in
       หากยกเลิกการจองก่อนเข้าพักไม่มีค่าธรรมเนียม จองผ่าน Booking
การเดินทาง
Tsukuba Express Rapid (Asakusa staion) ประตู 1 (เส้นสีเขียว/เหลือง_ในแผนที่)
Tokyo Metro Ginza line (asakusa staion) ประตู 1,2,3 (เส้นสีแดง_ในแผนที่)
Toie Subway Asakusa line
แผนที่ + วิธีเดินทางMap
เพิ่มเติม: ที่แลกเงิน / มินิมาร์ท

สิ่งที่คุณจะได้เมื่อเข้าพัก 
       - ล็อคเกอร์ใส่ของมีค่า พร้อมกุญแจ
       - ชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ,ผ้าเช็ดตัว(ใหญ่),ผ้าขนหนู(เอาไว้ขัดตัว)
       - ชุแปรงฟัน(เพราะบางโรงแรมไม่ให้)
       - รองเท้าใส่ภายในบริเวณโรงแรม
       - ไม้แขวนเสื้อ 

สิ่งอำนวยความสะดวก 
       - ห้องสูบบุหรี่ (ส่วนใหญ่ชอบชาร์ทแบตในห้องนี้)
       - ห้องน้ำแบบญี่ปุ่น (ห้องรวม) ---> ฝักบัว , บ่อแช่น้ำร้อน , ห้องซาวน์น่า
       - เครื่องซักผ้า+อบผ้า--> ใช้ได้เลย ใช้เสร็จ จ่ายเงินที่พนักงาน ไม่ต้องหยอดเหรียญ
       - Wifi ทั่วโรงแรม
 
ด้านหน้าโรงแรมมองจาก ฝั่งตรงข้าม














 
เดินเข้ามาจะจอง เค้าเตอร์รับแขก













ที่นอนแต่ละห้อง













 
ห้องสูบบุหรี่













 
ห้องน้ำ














 
ห้องซาวน์น่า


















 
ห้องที่ใช้ ล้างหน้า แปรงฟัน เสริมสวย ไดร์ผม













ข้อดี
-ใกล้วัดเซนโซจิ(วัดอาซาคุสะ)
-พนักงานยิ้มแย้มดูเป็นกันเอง พูดอังกฤษได้ 
-มีร้านสะดวกซื้ออยู่ใกล้ๆ 
-เดินจากสถานีรถไฟไม่ไกล 
-เรื่องความสะอาดไม่มีปัญหา
-ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น ฉะนั้น เงียบกริบไม่มีใครกวนเวลานอน

 ข้อเสีย
-ที่ชาร์ตแบทมีน้อย ต้องมีปลั๊กพ่วง หลายๆรู ถึงจะจะดวก(เวลาชาร์ทต้องไปห้องสูบบุหรี่)
-อุปกรณ์ในตัวแคปซูลเก่าแล้วที่ใช้ได้มีแค่ หรี่-เร่งไฟ และโทรศัพท์ (ทีวีใช้ไม่ได้)
-ถ้าคุณไม่สามารถทนกลิ่นบุหรี่ได้ การทนชาร์ทแบตในห้องนั้นก็เปนเรื่องทรมาน 
-ฝากกระเป๋าก่อนเช็คอินได้ พนักงานมีที่เก็บของให้(บางที่ฝากได้แต่ไม่รับผิดชอบ)

การเอาตัวรอดในห้องน้ำรวม!
1.อาบตอนเช้าก่อน 10 โมง ไม่มีคน
2.อาบหลัง 5 ทุ่ม คนไม่มี
3.อาบตอน 6 โมงเย็น ไม่มีคน
4.ถ้ามีคน จงมองไปข้างหน้าอย่ามองต่ำ 555 คิดไว้ คนเราเหมือนกัน เขาก็เหมือนเรา
5.ถ้าอยากลอง ง่ายๆคือ...เอาผ้าขนหนูผืนเล็ก ปิดข้างหน้า ทำเหมือนในการ์ตูนแบบนั้นเลย ไม่มีใครมองเราหรอก เพราะตอนแช่น้ำก็ค่อยดึงออก ถ้าไม่แช่ก็อาบแบบปิดๆไป ต้องลองนะคะ พอทำใจได้แล้ว จะรู้สึกด้านชาเรื่องการอาบน้ำร่วมกะคนอื่นไปในที่สุด(เหมือนคนเขียนเป็นต้น)


เกร็ดเล็กน้อย
-คุณสามารถเดินทะลุวัดอาซาคุสะตอนกลางคืนได้ เพราะจะมีคนมาออกกำลังกาย เดินเล่น จีบกัน ค่อนข้าง ไม่เปลี่ยว มียามอยู่ค่อนข้างจะเยอะ ทั้งหน้าวัด ระหว่างทางเดิน และท้ายวัด
-ถ้าตื่นเช้าพอประมาณ 6 โมงเช้า ท่านจะได้พบสวนสัตว์น้อยๆที่วัด คนจะพาหมามาเดินเล่นเยอะแยะมากเลย ใครชอบสุนัขพลาดมิได้ มันน่ารักจริงๆนะ ในขณะที่พระก็สวดมนต์ตอนเช้าไปด้วย ^^
-ถ้าไม่ได้ซื้อ พ็อกเก็ตไวไฟไป สามารถใช้เน็ตฟรีได้ที่ 7-11 
-สามารถเข้าห้องน้ำที่ 7-11 ได้
-หน้าวัดมีที่แลกเงิน เงินใครขาดก็ใช้บริการได้
-สำหรับใครที่จะกดเงินสด คุณต้องกดใน 7-11 และ ไปรษณีย์ มันจะเขียนติดตู้ไว้ว่า international card และต้องกดเงิน 10,000 yen ขึ้นไป ค่าธรรมเนียม 100 บาท/ครั้ง 
 หมายเหตุ: ใครมีบัตรของ กสิกร กรุณาตรวจสอบกับธนาคารที่ไทยก่อน เพราะมีน้องกดเงินไม่ได้






ขอบคุณรูปภาพจาก
http://www.myhoteldiscount.com, http://www.cityhotels.no, http://www.viamichelin.es/
http://www.jalan.net/

Thursday, February 19, 2015

ฝันร้ายกับ Lucid Dreaming(รู้ตัวขณะฝัน)



สวัสดีจ้าาา

วันนี้จะมาแบ่งปันเรื่องการ “ฝัน”กันค่ะ 
คิดว่าทุกคนคงเคยฝันกันมาบ้าง 
บางคนอาจจะฝันแค่ช่วงสมัยเด็ก 
แต่โตขึ้นมาก็ไม่ฝันอะไรเลย 

หรือบางคนก็ยังคงฝันอยู่บ่อยๆ 
เราเองก็เป็น 1 ในนั้นแหละ ที่ยังฝันมาจนทุกวันนี้
วันนี้เราจึงอยากแบ่งปันเรื่อง “การรู้ตัวขณะที่กำลังฝัน”
เรียกอีกชื่อหนึ่งคือ Lucid Dreaming

จากที่เคยทำความเข้าใจเรื่องนี้มาบ้าง
สามารถอธิบายในความเข้าใจของเราเอง
ว่ามันเป็นภาวะหนึ่งของการรู้สึกตัวในขณะที่เราหลับ
เหมือนร่างกายหลับแต่จิตยังตื่นอยู่

ในที่นี้ของให้คำนิยามถึง “จิต”ว่า...มันคือความรู้สึกตัว
ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกตัวทางกายภาพ
เราไม่ขออธิบายเรื่องจิตนะคะ จะไปกันใหญ่ ^^

จริงๆแล้วการฝันมีหลายแบบ
อาจจะเป็นฝันใกล้รุ่ง ฝันแบบลางบอกเหตุ
หรือจะเป็นการฝันแบบแบบสะท้อนจิตใจของผู้ฝัน
นั่นเป็นเพียงรูปแบบของความฝัน ซึ่งการรู้ตัวในฝัน
จะเป็นการนำจิตของเราเข้าไปอยู่
ในรูปแบบของการฝันเหล่านั้น


ความฝันที่เราจะรู้ตัวเริ่มจาก

-ฝันร้าย
-การฝันร้ายซ้อนฝันร้าย
-การบอกตัวเองหยิบฝันดีออกมาฝัน
-มีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น + รู้ตัวว่าฝัน
พัฒนาการของรูปแบบความฝันจะเป็นตามลำดับ
สมัยเด็กเราจึงเป็นคนที่เกลียดฝันร้ายมาก 

ฝันร้าย
เท่าที่จำได้เลือนลาง คือมักจะโดนสัตว์ประหลาดไล่ล่า
พวกมังกร หรือพวกคล้ายๆเอเลี่ยน ไล่ตามวิ่งจนไม่มีแรง
หรือไม่ก็โดนไล่ต้อนถึงหน้าผา
ความรู้สึกตัวว่าฝันจะมาตอนที่เราจนตรอกสุด 

เราจะบอกตัวเองว่า นี่มันคือความฝัน 
แล้วก็คิด...(ในฝันมันแป๊บเดียวเท่านั้น)
หยิกตัวเอง เราไม่รู้สึกเจ็บแล้วจะรู้ว่ามันคือฝันจริง 

แต่ว่ารู้แค่รู้ว่าฝันแต่ตื่นไม่ได้ บอกตัวเอง
หยิกตัวเองแรงขึ้นๆ “ตื่นสิ ตื่นสิ ตื่นสิ”
ก็ยังไม่ตื่น จนเจ้าสัพประหลาดตรงหน้าจะเข้ามางับเรา
ช่วงเวลาที่งับเรานั่นแหละ ความกลัวจะพุ่งกระฉูด

แล้วความรู้สึกจะว๊าบๆ แล้วก็สะดุ้งตื่น
ในช่วงเคลื่อนจากฝันเข้าสู่ตอนตื่น 
จะเป็นช่วงที่เรารู้สึกถึงตัวที่นอนอยู่
และจะในความรู้สึกจะเหมือนคนจมน้ำ

หายใจไม่ได้ อึดอัด เป็นความทรมานที่ไม่เคยชอบมัน
หรือบางครั้งรู้ตัวว่านอนอยู่ 
ใกล้จะตื่นแต่บังคับตัวเองให้หยุดสั่นไม่ได้
เหมือนเป็นสภาวะตื่นตระหนกจนกล้ามเนื้อเป็นอัมภาต

ฝันร้ายซ้อนฝันร้าย

อาการจะคล้ายฝันร้าย  แต่การปลุกยากกว่าค่อนข้างมาก
จุดที่เราสามารถปลุกตัวเองในฝันแรกได้แล้ว
ฝันที่ 2  มันจะหลอกเราว่า เราตื่นแล้ว 

จะโล่งใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะมีความรู้สึกอึดอัด
มันไม่ใช่ มันแปลกไปจากปกติ ในเรื่องเล็กน้อย
เช่น คนที่คุยกับเรามันไม่ควร
จะเป็นคนที่เราไม่ได้เจอหรือเกี่ยวข้องกันนานๆ

หรือการพูดจาของคนที่เราคุยด้วยเปลี่ยนไป
 ช่วงนั้นเราเริ่มเตือนตัวเอง เราจะสับสนว่าเราตืนแล้วนิ
แต่นี่ยังเป็นความฝัน ต้องออกไปให้ได้ ช่วงที่คิดนั้น
จะให้ความรู้สึกเหมือนหายใจไม่คล่อง เหงื่อออก 

และพยายามหยิกตัวเองหยิก ไม่เจ็บ แต่ไม่ได้ผลที่จะตื่น
มีครั้งหนึ่งที่ทำไงก็ไม่ตื่น เลยตัดสินใจโดดหน้าผา
แล้วมันก็ วูบบบบ  กลับมา และตื่นของจริง

ในบรรดาการรู้ตัวในความฝันทั้งหมด 
การฝันร้ายซ้อนฝันร้ายเป็นอะไรที่ทรมาน น่ากลัว
และปลุกยากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา 
ในชีวิตเคยฝันแบบนี้ประมาณ 1-2 ครั้ง
จำเนื้อเรื่องไม่ได้ แต่ว่าจำแก่นความรู้สึกตอนนั้นได้ดี 

เลือกจะหยิบฝันดีออกมาฝัน

ฝันแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ 
คืนที่เราฝันหลายๆเรื่อง 
เหมือนนั่งดูเรื่องสั้นจบเป็นตอนๆ 

คือ ฝันเรื่องนี้จบก็ฝันเรื่องใหม่ต่อทันที
เราจะไม่ได้ว่าฝันอะไรบ้าง 
รู้เพียงแค่รู้สึกรำคาญกับความรู้สึกไม่ดี
และรู้สึกเหนื่อย 

ณ ตอนนั้น สิ่งที่เราคิดคือ 
ขอฝันดีๆบ้างได้มั้ย เหนื่อยนะ
แล้วเราก็เห็นรูปคล้ายๆตาราง 
ในแต่ละช่องมีเรื่องราวอยู่ 

เหมือนการจำลองหน้าจอคอมแบบ 3 มิติมาให้
แล้วตอนนั้นก็มีเรื่องหนึ่งถูกดึงออกมา 
จากนั้นเรารู้ตัวแค่ฝัน แต่จำไม่ได้
พอตื่นมาก็จำเรื่องที่เรา ขอหยิบฝันดีมาฝันได้ 
และความรู้สึกเราก็ดีนะ คิดว่าเป็นฝันที่ดี ไม่รู้สึกหดหู่


อาการครึ่งหลับครึ่งตื่น + ฝัน 

เป็นอาการตอนสว่างแล้ว เรานอนอยู่ 
ความรู้สึกลอยๆ ขาวๆ (ไม่เห็นแต่รู้สึก)
แล้วก็ได้ยินเสียงก้องๆ เรียกชื่อเรา

ตอนนั้นก็แบบว่า...กำลังสบายโดนเรียกซะแระ
เสียงก้องเบาๆ แล้วซักพักเราก็ วูบบบ
ตื่นนนนนน บอกเลยว่าเสียดาย 
การนอนแบบลอยๆเบาๆแบบนี้น้อยมาก

.......................................

เหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดได้กับทุกคน
แต่โอกาสมากน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัย
การคิด การวางจิตใจของแต่ละบุคคล

การรู้ตัวในความฝัน จริงๆจะมีวิธีการสังเกต คือ

1.นับนิ้ว ถ้าเป็นในฝัน นิ้วจะไม่ตรงกับความจริง

2.หาข้อความอะไรก็ได้ ลองอ่านดู ดู 2 จุด 
ว่าเป็นภาษาที่เราเข้าใจในความเป็นจริงมั้ย 
หรือการมองข้อความ 2 ครั้ง ข้อความจะเปลี่ยนไป
ในบางครั้งเราไม่สามารถอ่านหนังสือออก


3.ภาษาที่เราพูด หรือ ภาษาของคนที่คุยกับเรา 
เช่น ถ้าคนที่คุยกับเรา พูดภาษาอื่น
ที่เราไม่เข้าใจในความเป็นจริง 
แต่ ณ ตอนนั้นเราเข้าใจ 
หรือพูดตอบกลับ นั่นแหละ ฝัน

4. การหยิกตัวเอง หรือทำให้มีอาการเจ็บ 
อันนี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่คุ้นเคยกันดี 
ประสาทสัมผัส ไม่เจ็บก็ฝันชัวร์ 

5.ดูสิ่งรอบกาย ถ้าผิดไปจากความจริง 
มีมังกรมา...มันใช่เลย ฝันแน่ๆ

ทั้ง 5 ข้อที่ยกมาอาจจะดูง่าย
แต่ในความฝัน เราจะถูกทำให้เป็นส่วนหนึ่ง
ของฝัน ไม่ใช่เจ้าของความฝัน 

คือ จะไม่สามารถควบคุมได้ ด้วยสติ 
และสติจะไม่ครบสมบูรณ์ ที่จะสามารถ
แยกระหว่างสิ่งที่จริงหรือไม่จริงได้เหมือนตอนตื่น

สิ่งที่ทำได้คือ เรียกสติ ให้รู้ตัวว่าฝันนั่นเอง 

การเรียกตัวเองให้ตื่นจากฝันร้าย 
ที่เราเคยปลุกตัวเองจะคือ
ทำให้รู้สึกเจ็บมากที่สุด ให้ได้สติ 

หรือการทำให้จิตตกใจ ให้มันสะดุ้งตื่น
แต่การเรียกให้ตื่นด้วยความคิด
รายังไม่สามารถทำได้

จริงๆในทางพุทธศาสนา 
มีเรื่องของการทำ "สมาธิขั้นต้น" 
ที่จะทำให้เกิดภาวะแบบนี้ได้ 
 คือการฝึกสมาธิ จนทำให้ เกิดสมาธิ 

และสติตลอดเวลาแม้กระทั่งเวลาหลับ 
(ขอไม่อธิบายในรายละเอียด) 
และการเรียกให้ตื่นเพียงแค่หลับตา 
คล้ายกับการออกจากสมาธิ  

สำหรับคนที่ต้องการถึงขั้นควบคุมความฝันได้
ต้องมีการฝึกฝนบ่อยๆ แต่สำหรับเรา 
แค่การตื่นจากฝันได้แบบไม่กระทบจิตใจมากก็ดีแล้ว
การรู้ตัวในฝัน แต่จิตยังตื่นอยู่โดยเฉพาะฝันร้าย 

แม้จะเป็นโลกของจิตนาการ 
หรือไม่ใช่โลกของจริง
แต่ว่าจิตที่ตื่นอยู่ในความฝัน 

เป็นจิตเดียวกันที่อยู่ในความจริง
หากได้รับความกระทบกระเทือนในฝัน 
มันก็จะส่งผลถึงความจริงด้วย

เราจะเป็นบ่อยเมื่อรู้สึกฝันร้าย 
ตื่นมาจะยังรู้สึกเหมือนในฝัน 
ไปอีกหลายชม. ทั้งวัน หรือหลายวัน 


สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างคือการฝันซ้อนฝัน
ที่ทำให้เราแยกไม่ออกระหว่างฝันหรือจริง
ขอให้ทุกคนฝันดี^^ 
 

ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.tuaytoon.com/webboard_detail.php?id=415




Sunday, February 15, 2015

นอนชมวิวที่ Haneda Airport

สวัสดีค่ะ

วันนี้มีเล่าเรื่องกี่ยวกับการเที่ยวญี่ปุ่นสักเล็กน้อย
คราวนี้จะเป็นการหาที่นอนในสนามบินค่ะ
ที่ Haneda Airport
ข้อดีคือ ราคารถไฟเข้าเมืองถูกกว่า
และไม่ค่อยพลุกพล่าน

สาระนิดหนึ่งค่ะ 
ราคารถไฟ
Haneda - tokyo = 580 yen
...ใช้เวลาประมาณ 25-30 min

Narita - tokyo = 1,130(รถไฟธรรมดา)
... ใช้เวลาประมาณ 1.30-2.00 hr.

ที่ใช้เวลาน้อยๆก็มีนะคะ แต่ว่าราคามหาโหด
สำหรับที่ชอบโปรของทั้ง N'EX หรือว่า  keisei skyliner
สามารถเข้าไปดูได้ค่ะ

N'EX :  Narita Expless
เสียงเงียบกริบ กว้าง สวย สะอาด ที่วางของสะดวก หลับสบายมากก

keisei : keisei skyliner
มีเสียงนิดหน่อย ให้บรรยากาศคล้ายรถไฟปกติแต่ดีกว่า
ความสะดวกไม่ต่างกับ N'EX แต่ N'EX เป็นขั้นกว่าของความดูดี^^

มาต่อเรื่อง Haneda กันจ้าา

ส่วนใหญ่จะเห็นคนญี่ปุ่นมากกว่าคนต่างชาติค่ะ
ซึ่งเป็นข้อดี เนื่องจากเคยได้ยินว่า
นอนในสนามบินของระวังของหาย

และคนที่ทำส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างชาติ
อันนี้แล้วแต่ทัศนคติของแต่ละคนค่ะ
เราเองก็ไม่รู้เท็จจริงยังไง
แต่ระวังไว้ดีที่สุด

เอาล่ะ อย่างแรกเมื่อมาถึงสนามบิน
ตรงไปที่ชั้น 4 เล้ย
บรรยากาศ ชั้น 4 มองจากชั้น 5 













ชั้นนี้เราจะเตรียมเสบียงกันจ้ะ
ใกล้ๆบันไดเลื่อนจะมี 7 - 11 อยู่
มีทั้งข้าวกล่อง ข้าวปั้น ฯลฯ
ทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต
ลองเข้าไปใช้บริการดูนะคะ

หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปหาที่นอนกัน
ตรงที่เป็นต้นไผ่ไฟนั่นแหละ
จะมีบันไดเลื่อนขึ้นมาชั้น 5

ชั้น5 จะเป็นเพียงชั้นลอยขนาดไม่ใหญ่มาก
บรรยากาศค่อนข้างสงบ แสงสลัวๆ
เพราะเป็นชั้นที่สามารถมองวิวข้างนอกได้


วิวเมื่อมองออกไปข้างนอก(เวลาโดยประมาณ: 5:30AM)
ส่วนด้านนอกจะเป็นลานกว้างสามารถออกไปเดินชมวิวรันเวย์ได้
ลานค่อนข้างกว้างแบบวิ่งเล่นได้เลยค่ะ

ลานระเบียงชั้น 5 รอบๆ Terminal














จากลานกว้างมองเข้ามาข้างใน  














โดยรวมจะบรรยากาศประมาณนี้
รู้สึกวิวหน้านอนขึ้นมาทันทีเน๊อะ ^^

ในส่วนของด้านในจะแบ่งเป็น 2 โซน ซ้าย-ขวา
ถ้าขึ้นบันไดเลื่อนมา ฝั่งที่เราเลือกจะอยู่ซ้ายมือจ้ะ

เป็นมุมที่นั่งพักผ่อน กว้างประมาณ 4 x 5 m
มีเก้าอี้เรียงกันยาวเป็นแถว3 ตัวติดกัน
ประมาณ 3 - 4 แถว เรียงยาวเป็นเส้นตรงค่ะ

 ตัวเบาะติดกันเรียบ ไม่มีช่องว่างนอนสบายมาก
ที่นอนค่ะ ^^














และไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเข้ามาข้างหลังนะ
เพราะมันเป็นชั้นลอย อิ อิ
ฝั่งตรงข้างเก้าอี้จะมีตู้โทรศัพท์สาธารณะ
และที่ชาร์ทไว้ให้บริการด้วย(ฝั่งขวาไม่มีที่ชาร์ท)

เราสามารถนอนตรงนี้ได้ ง่ายๆแบบนี้เลยล่ะ
หันหัวไปทางผนังจะเราจะมองเห็นฟ้าข้างนอกชัดแจ๋ว
บรรยากาศดีใช้ได้เลย

ตรงนี้จะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยเดินมาดูบ่อยๆ
ไม่ต้องห่วง ทางเข้าออกมีทางเดียว คือบันไดเลื่อน 
เพราะระเบียงด้านนอกไม่มีทางออก

ให้ความรู้สึกปลอดภัยกว่านอนที่โล่งๆกว่าเยอะค่ะ
ตรงจุดนี้จากประสบการณ์ที่เคยนอกหลายครั้ง
ส่วนใหญ่จะเป็น ผญ. ค่ะ

เคยนอนเรียงกันสามคน แล้วมี ผญ. ญี่ปุ่นคนหนึ่ง
ชาร์ทโทรศัพท์เอาไว้(ทิ้งไว้โล่งๆเลย)
แล้วนาฬิกาก็ปลุกตอนเช้า
จนเราต้องเอาเอื้อมไปสะกิดใฟ้เขาปิด >0<

และเมื่อตื่นเช้ามาสิ่งที่เราจะทำได้คือ
ออกไปสุดอากาศยามเช้ากับดูพระอาทิตย์ขึ้น
เพราะตรงกระจกจะเป็นทิศตะวันออกพอดี
สวยงามยามเช้ามั๊กๆ

พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า


วิวจากระเบียงมองไปที่รันเวย์













รถไฟจาก Airport - tokyo (เปลี่ยนขบวนที่ Shinakawa) = 580 Yen











สำหรับใครที่ได้แวะไปลงเครื่องที่ Haneda Airport
และจำเป็นต้องนอนที่สนามบิน ลองดูนะคะ
สุดท้ายนี้ขอลากันไปด้วย รถไฟจาก Haneda airport เข้าเมือง





Friday, February 13, 2015

Recommend Pocky :น้องป๊อกกี้ถั่วแดงน้อย


สวัสดีวัน พรีวาเลนไทน์ค่ะ [2015:02:13]


เดือนนี้คงมีหลายคู่ที่ In love กันไม่น้อย
สำหรับคนโสดก็สู้กันต่อไปนะคะ  ^^//
ใกล้วาเลนไทน์แบบนี้...
ก็ต้องแนะนำขนมที่เกี่ยวกับช็อคโกแลตกันค่ะ

บอกก่อนว่าเป็นขนมที่คุณเพื่อนที่น่ารักซื้อมาฝากจาก JP ค่ะ
การกินของฝากอย่างเอร็ดอร่อย
ถือว่าเป็นการขอบคุคนให้ได้เหมือนกันนะ >< (ใช่เหรอ?)

ชื่อ: น้องป๊อกกี้ถั่วแดงน้อย (เรียกเอง)

เจ้ากล่องสีสวย แลดูดีน่ากินทีเดียว


















สีกล่องคล้ายถั่วแดงหรือมันเทศสีแดงจ้ะ
แค่เห็นกล่องก็ไม่อยากแกะให้มันเสียทรง
แต่ปรากฎว่า ฝามันเปิด- ปิด ได้แบบไม่มีรอยแกะให้เห็นเลย
ดีจัง คิดว่าจะเก็บไว้ดูเล่น อิ อิ

มาว่ากันด้านในกล่องกันค่ะ
แบ่งเป็นซองเล็กๆ ของป๊อกกี้ มี 4 ถุงเล็ก แต่ละถุงมี 4 ชิ้น


รสชาติ: ตัวแท่งขนมปัง เหมือนจะผสมถั่วแดงด้วย
เพราะว่าสีขนมปังเป็นสีน้ำตาลอ่อน อมชมพูนิดๆ
มีความหอมเบาๆ เวลาเคี้ยวค่ะ หวานหน่อยๆเวลากลืนค่ะ
กรอบและรสขนมปังอ่อนกว่าแท่งขนมรสปกติเล็กน้อย

              ตัวช็อคโกแลต: ครั้งแรกที่ทานคิดว่า
ทำไมช็อคโกแชตหวานจัง?
แต่พอลองชิมแค่ตัวช็อคโก้ดู มันหวานน้อยกว่า
ช็อคโกแลตในกล่องสีแดงอีกค่ะ


และเมื่อทานรวมกันแล้ว ก็ถึงบางอ้อ
ไอ้ที่หวานน่ะไม่ใช่ช็อคโก้ แต่เป็นตัวแท่งขนมปังตะหาก
ทานรวมกันรสชาติออกไปค่อนข้างหวานค่ะ


ความรู้สึกเหมือนกินถั่วแดงกับช็อคโกแลต(รสถั่วแดงนี่นา)
ความหวานจะค่อยๆเพิ่มขึ้นค่ะ ตอนแรกไม่หวานมาก
แต่จะหวานเวลากลืน ความหวานติดคอซักพักเลยล่ะ


รสชาติโดยรวมถือว่าเป็นอีกรสชาติหนึ่งที่อร่อยค่ะ
เหมาะสำหรับคนชอบกินขนม
ถ้าทานกับไอศกรีมจะเหมาะกับชาเขียว
หรือพวกรสกาแฟค่ะ


สำหรับใครที่ชอบขนมนมเนยลองทานดูนะคะ ^^
แต่ใครที่ช็อคโกแลตเข้มๆ ดาร์คช็อคโก้ อาจจะขอบาย
วันนี้แนะนำกันเพียงเท่านี้ ราตรีสวัสดิ์ค่าาา