สวัสดีจ้าาา
วันนี้จะมาแบ่งปันเรื่องการ “ฝัน”กันค่ะ
คิดว่าทุกคนคงเคยฝันกันมาบ้าง
บางคนอาจจะฝันแค่ช่วงสมัยเด็ก
แต่โตขึ้นมาก็ไม่ฝันอะไรเลย
หรือบางคนก็ยังคงฝันอยู่บ่อยๆ
เราเองก็เป็น 1 ในนั้นแหละ ที่ยังฝันมาจนทุกวันนี้
วันนี้เราจึงอยากแบ่งปันเรื่อง “การรู้ตัวขณะที่กำลังฝัน”
เรียกอีกชื่อหนึ่งคือ Lucid Dreaming
จากที่เคยทำความเข้าใจเรื่องนี้มาบ้าง
สามารถอธิบายในความเข้าใจของเราเอง
ว่ามันเป็นภาวะหนึ่งของการรู้สึกตัวในขณะที่เราหลับ
เหมือนร่างกายหลับแต่จิตยังตื่นอยู่
ในที่นี้ของให้คำนิยามถึง “จิต”ว่า...มันคือความรู้สึกตัว
ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกตัวทางกายภาพ
เราไม่ขออธิบายเรื่องจิตนะคะ จะไปกันใหญ่ ^^
จริงๆแล้วการฝันมีหลายแบบ
อาจจะเป็นฝันใกล้รุ่ง ฝันแบบลางบอกเหตุ
หรือจะเป็นการฝันแบบแบบสะท้อนจิตใจของผู้ฝัน
นั่นเป็นเพียงรูปแบบของความฝัน ซึ่งการรู้ตัวในฝัน
จะเป็นการนำจิตของเราเข้าไปอยู่
ในรูปแบบของการฝันเหล่านั้น
ความฝันที่เราจะรู้ตัวเริ่มจาก
-ฝันร้าย
-การฝันร้ายซ้อนฝันร้าย
-การบอกตัวเองหยิบฝันดีออกมาฝัน
-มีอาการครึ่งหลับครึ่งตื่น + รู้ตัวว่าฝัน
พัฒนาการของรูปแบบความฝันจะเป็นตามลำดับ
สมัยเด็กเราจึงเป็นคนที่เกลียดฝันร้ายมาก
ฝันร้าย
เท่าที่จำได้เลือนลาง คือมักจะโดนสัตว์ประหลาดไล่ล่า
พวกมังกร หรือพวกคล้ายๆเอเลี่ยน ไล่ตามวิ่งจนไม่มีแรง
หรือไม่ก็โดนไล่ต้อนถึงหน้าผา
ความรู้สึกตัวว่าฝันจะมาตอนที่เราจนตรอกสุด
เราจะบอกตัวเองว่า นี่มันคือความฝัน
แล้วก็คิด...(ในฝันมันแป๊บเดียวเท่านั้น)
หยิกตัวเอง เราไม่รู้สึกเจ็บแล้วจะรู้ว่ามันคือฝันจริง
แต่ว่ารู้แค่รู้ว่าฝันแต่ตื่นไม่ได้ บอกตัวเอง
หยิกตัวเองแรงขึ้นๆ “ตื่นสิ ตื่นสิ ตื่นสิ”
ก็ยังไม่ตื่น จนเจ้าสัพประหลาดตรงหน้าจะเข้ามางับเรา
ช่วงเวลาที่งับเรานั่นแหละ ความกลัวจะพุ่งกระฉูด
แล้วความรู้สึกจะว๊าบๆ แล้วก็สะดุ้งตื่น
ในช่วงเคลื่อนจากฝันเข้าสู่ตอนตื่น
จะเป็นช่วงที่เรารู้สึกถึงตัวที่นอนอยู่
และจะในความรู้สึกจะเหมือนคนจมน้ำ
หายใจไม่ได้ อึดอัด เป็นความทรมานที่ไม่เคยชอบมัน
หรือบางครั้งรู้ตัวว่านอนอยู่
ใกล้จะตื่นแต่บังคับตัวเองให้หยุดสั่นไม่ได้
เหมือนเป็นสภาวะตื่นตระหนกจนกล้ามเนื้อเป็นอัมภาต
ฝันร้ายซ้อนฝันร้าย
อาการจะคล้ายฝันร้าย แต่การปลุกยากกว่าค่อนข้างมาก
จุดที่เราสามารถปลุกตัวเองในฝันแรกได้แล้ว
ฝันที่ 2 มันจะหลอกเราว่า
เราตื่นแล้ว
จะโล่งใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะมีความรู้สึกอึดอัด
มันไม่ใช่ มันแปลกไปจากปกติ ในเรื่องเล็กน้อย
เช่น
คนที่คุยกับเรามันไม่ควร
จะเป็นคนที่เราไม่ได้เจอหรือเกี่ยวข้องกันนานๆ
หรือการพูดจาของคนที่เราคุยด้วยเปลี่ยนไป
ช่วงนั้นเราเริ่มเตือนตัวเอง เราจะสับสนว่าเราตืนแล้วนิ
แต่นี่ยังเป็นความฝัน ต้องออกไปให้ได้ ช่วงที่คิดนั้น
จะให้ความรู้สึกเหมือนหายใจไม่คล่อง เหงื่อออก
และพยายามหยิกตัวเองหยิก ไม่เจ็บ แต่ไม่ได้ผลที่จะตื่น
มีครั้งหนึ่งที่ทำไงก็ไม่ตื่น เลยตัดสินใจโดดหน้าผา
แล้วมันก็ วูบบบบ กลับมา
และตื่นของจริง
ในบรรดาการรู้ตัวในความฝันทั้งหมด
การฝันร้ายซ้อนฝันร้ายเป็นอะไรที่ทรมาน
น่ากลัว
และปลุกยากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
ในชีวิตเคยฝันแบบนี้ประมาณ 1-2 ครั้ง
จำเนื้อเรื่องไม่ได้ แต่ว่าจำแก่นความรู้สึกตอนนั้นได้ดี
เลือกจะหยิบฝันดีออกมาฝัน
ฝันแบบนี้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
คืนที่เราฝันหลายๆเรื่อง
เหมือนนั่งดูเรื่องสั้นจบเป็นตอนๆ
คือ ฝันเรื่องนี้จบก็ฝันเรื่องใหม่ต่อทันที
เราจะไม่ได้ว่าฝันอะไรบ้าง
รู้เพียงแค่รู้สึกรำคาญกับความรู้สึกไม่ดี
และรู้สึกเหนื่อย
ณ ตอนนั้น สิ่งที่เราคิดคือ
ขอฝันดีๆบ้างได้มั้ย เหนื่อยนะ
แล้วเราก็เห็นรูปคล้ายๆตาราง
ในแต่ละช่องมีเรื่องราวอยู่
เหมือนการจำลองหน้าจอคอมแบบ 3 มิติมาให้
แล้วตอนนั้นก็มีเรื่องหนึ่งถูกดึงออกมา
จากนั้นเรารู้ตัวแค่ฝัน แต่จำไม่ได้
พอตื่นมาก็จำเรื่องที่เรา ขอหยิบฝันดีมาฝันได้
และความรู้สึกเราก็ดีนะ คิดว่าเป็นฝันที่ดี ไม่รู้สึกหดหู่
อาการครึ่งหลับครึ่งตื่น + ฝัน
เป็นอาการตอนสว่างแล้ว เรานอนอยู่
ความรู้สึกลอยๆ ขาวๆ (ไม่เห็นแต่รู้สึก)
แล้วก็ได้ยินเสียงก้องๆ เรียกชื่อเรา
ตอนนั้นก็แบบว่า...กำลังสบายโดนเรียกซะแระ
เสียงก้องเบาๆ แล้วซักพักเราก็ วูบบบ
ตื่นนนนนน บอกเลยว่าเสียดาย
การนอนแบบลอยๆเบาๆแบบนี้น้อยมาก
.......................................
เหตุการณ์แบบนี้สามารถเกิดได้กับทุกคน
แต่โอกาสมากน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัย
การคิด การวางจิตใจของแต่ละบุคคล
แต่โอกาสมากน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัย
การคิด การวางจิตใจของแต่ละบุคคล
การรู้ตัวในความฝัน จริงๆจะมีวิธีการสังเกต คือ
1.นับนิ้ว ถ้าเป็นในฝัน นิ้วจะไม่ตรงกับความจริง
2.หาข้อความอะไรก็ได้ ลองอ่านดู ดู 2 จุด
ว่าเป็นภาษาที่เราเข้าใจในความเป็นจริงมั้ย
หรือการมองข้อความ 2 ครั้ง ข้อความจะเปลี่ยนไป
ในบางครั้งเราไม่สามารถอ่านหนังสือออก
3.ภาษาที่เราพูด หรือ ภาษาของคนที่คุยกับเรา
เช่น ถ้าคนที่คุยกับเรา พูดภาษาอื่น
ที่เราไม่เข้าใจในความเป็นจริง
แต่ ณ ตอนนั้นเราเข้าใจ
หรือพูดตอบกลับ นั่นแหละ ฝัน
4. การหยิกตัวเอง หรือทำให้มีอาการเจ็บ
อันนี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่คุ้นเคยกันดี
ประสาทสัมผัส ไม่เจ็บก็ฝันชัวร์
5.ดูสิ่งรอบกาย ถ้าผิดไปจากความจริง
มีมังกรมา...มันใช่เลย ฝันแน่ๆ
ทั้ง 5 ข้อที่ยกมาอาจจะดูง่าย
แต่ในความฝัน เราจะถูกทำให้เป็นส่วนหนึ่ง
ของฝัน ไม่ใช่เจ้าของความฝัน
คือ จะไม่สามารถควบคุมได้ ด้วยสติ
และสติจะไม่ครบสมบูรณ์ ที่จะสามารถ
แยกระหว่างสิ่งที่จริงหรือไม่จริงได้เหมือนตอนตื่น
สิ่งที่ทำได้คือ เรียกสติ ให้รู้ตัวว่าฝันนั่นเอง
การเรียกตัวเองให้ตื่นจากฝันร้าย
ที่เราเคยปลุกตัวเองจะคือ
ทำให้รู้สึกเจ็บมากที่สุด ให้ได้สติ
หรือการทำให้จิตตกใจ ให้มันสะดุ้งตื่น
แต่การเรียกให้ตื่นด้วยความคิด
รายังไม่สามารถทำได้
จริงๆในทางพุทธศาสนา
มีเรื่องของการทำ "สมาธิขั้นต้น"
ที่จะทำให้เกิดภาวะแบบนี้ได้
คือการฝึกสมาธิ จนทำให้ เกิดสมาธิ
และสติตลอดเวลาแม้กระทั่งเวลาหลับ
(ขอไม่อธิบายในรายละเอียด)
และการเรียกให้ตื่นเพียงแค่หลับตา
คล้ายกับการออกจากสมาธิ
สำหรับคนที่ต้องการถึงขั้นควบคุมความฝันได้
ต้องมีการฝึกฝนบ่อยๆ แต่สำหรับเรา
แค่การตื่นจากฝันได้แบบไม่กระทบจิตใจมากก็ดีแล้ว
การรู้ตัวในฝัน แต่จิตยังตื่นอยู่โดยเฉพาะฝันร้าย
แม้จะเป็นโลกของจิตนาการ
หรือไม่ใช่โลกของจริง
แต่ว่าจิตที่ตื่นอยู่ในความฝัน
เป็นจิตเดียวกันที่อยู่ในความจริง
หากได้รับความกระทบกระเทือนในฝัน
มันก็จะส่งผลถึงความจริงด้วย
เราจะเป็นบ่อยเมื่อรู้สึกฝันร้าย
ตื่นมาจะยังรู้สึกเหมือนในฝัน
ไปอีกหลายชม. ทั้งวัน หรือหลายวัน
สิ่งที่น่ากลัวอีกอย่างคือการฝันซ้อนฝัน
ที่ทำให้เราแยกไม่ออกระหว่างฝันหรือจริง
ที่ทำให้เราแยกไม่ออกระหว่างฝันหรือจริง
ขอให้ทุกคนฝันดี^^
ขอบคุณข้อมูลจาก: http://www.tuaytoon.com/webboard_detail.php?id=415
No comments:
Post a Comment