Monday, April 21, 2014

เดินเป็นกิโล ตามหา KOOTS เพื่อชาเขียวหนึ่งแก้ว ที่ Azabu-Juban Tokyo

สวัสดีค่ะ ห่างหายไปนาน เพราะหนีขึ้นดอย 555
มีกิจกรรมมากมายอีกอย่างไม่มีเน็ตใช้เลย กันดาร
จากนี้เราจะทยอย ลงเรื่องที่เขียนไว้นะคะ


(วันที่
3 เมษายน 57)

สวัสดีตอนบ่ายนะคะ วันนี้เป็นดี ที่เราจะได้เป็นไทยซักที
เนื่องจากเป็นคนต่างด้าวมาประมาณ
6 เดือนเห็นจะได้
ได้ฤกษ์ ไปทำบัตรประชาชนมาพอดี พนักงานถามทำไมมาโผล่แถวนี้ได้

อีกอย่างเปลี่ยนงานใหม่ เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ (ตอนนี้เป็นคนเรร่อน) อิ อิ
ในหัวข้อมูลเลยไม่อัพเดต จะทำอะไรก็ยากไปหมด
ยังไงก็ตามทุกอย่างสำเร็จลุล่วงด้วยดีค่ะ
^^

วันนี้ยังต้องทำงานข้ามวันข้ามคืนอยู่
แต่ไม่น่าจะเกินตีหนึ่งมากมายนัก
เพราะว่าวันพรุ่งนี้ต้องรีบไปทำงานอีกที่หหนึ่ง และไกลด้วย
ชีวิต ช่วงนี้เลยดูยุ่งเป็นพิเศษ

ตอนนี้ถือว่าลงทุนชีวิตไปแบบทำใจนิดๆ
555
และคาดว่าอาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ตามโรงแรม
เรร่อนแบบนี้ไปอีกเกือบเดือน
วันนี้มาซะยาวเรย
ที่ตัดสินใจเขียนในตอนบ่ายเพราะว่า
คืนนี้ต้องรีบนอนเพื่อที่คืนนี้จะได้นอน
ตื่นแต่เช้า
^^

วันนี้เราจะเล่าเรื่องของขนมนมเนย 





















ร้าน KOOTS จริงๆ อาจจะไม่ใช่ร้านดังๆใหญ่ๆ
แต่ว่าที่ไปกินเพราะว่าคนที่เราชื่นชม ชอบร้านนี้เลยลองอยากไปกินดูค่ะ
และไม่ผิดหวัง ชาเขียวจริงๆเรยคราวนี้

ทั้งที่ โดยปกติแล้วเราเป็นคนไม่ชอบชาเขียว
เวลานี้กลับกินได้หน้าตาเฉยค่ะ
ที่ร้านนี้จริงๆมีทั้งอาหาร ของหวานไอศครีมและเครื่องดื่มค่ะ
แต่ไฮไลท์ของร้านคือชาเขียวค่ะ

เราก็จัดการสั่ง ชาเขียวลาเต้มาแก้วหนึ่งและชาเขียวพาเฟ่มาค่ะ
พาเฟ่เราสามารถเลือกหน้าได้ค่ะ
เราเลือกถั่วแดง สตอเบอรี่ และอะไรขาวๆไม่รู้อีกอย่าง






















ที่จริงเพราะเราไม่เคยกินพาเฟ่ที่ญี่ปุ่นค่ะ
มากินครั้งแรก ตอนสั่งก็เขินๆเหมือนกัน

ระบบที่ร้านนี้เปนระบบที่
help yourself ค่ะ
คล้ายแม็กหรือเคเอฟซีที่บ้านเรา
แต่เขาแยกเค้าท์เตอร์สั่งของกับเค้าท์เตอร์รับของ
เหมือนสตาร์บัค(ไม่รู้บ้านเราเหมือนที่ญี่ปุ่นมั้ย ไม่เคยเข้าสตาร์บัคที่ไทยซักที)


พอสั่งเสร็จ ก็ยืนชมนกชมไม้ ในร้านไป
หน้าเคาท์เตอร์ค่อนข้างหน้าสนใจค่ะ
มีอะไรน่ารักๆให้มอง ไม่เกินสองนาที
ก็ได้รับรายการของที่สั่งพร้อมถาด

ร้านนี้ชั้นนั่งกินอยู่ชั่นสองค่ะ
ตามสไตล์ญี่ปุ่น พื้นที่เล็กแคบๆ แต่ตกแต่งให้สบายต่าค่ะ
พอขึ้นไปเราก็หาที่นั่งปลีกวิเวกที่สามารถมองภาพรวมของร้านได้ค่ะ
แต่ว่าไม่กล้ายกกล้องขึ้นมาถ่าย เกรงใจเขา
โดยรวมแล้วลูกค้าในร้านนี้จะเป็นผู้หญิงซะส่วนใหญ่
แต่เป็นคล้ายคุณแม่บ้านมานั่งเมาส์กันเล็กน้อย
เมาส์แบบสงบเสงี่ยมนะคะ โฮะ โฮะ

แต่บรรยากาศแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นคนมีอายุแล้วที่มานั่ง
ไม่เข้าใจ คนที่แนะนำเหมือนกันว่า
ทำไมเลือกร้านที่ไม่เข้ากับอายุตัวเองเอาซะเลย
หยุดความคิดกวนๆ ไว้เท่านั้นแหละ





















แล้วก็เริ่มต้นทานขนม
คำแรกที่ทานไอติมชาเขียว....อร่อย นุ่มลิ้น
ไม่ฝืดคอเลย ถึงอากาศจะเย็นก็ไม่รู้สึกยะเยือก
ตัวชาเขียวก็ไม่ขมมากไป แต่ก็ไม่หวานเลย
คาดว่าอาจจะกลบด้วยนมจืดนะ เป็นอะไรที่ถูกใจมากๆ

คำที่สอง ลองตักกับทอปปิ๊ง ข้างล่างมีน้ำเชื่อมติดมาด้วย
คราวนี้ล่ะ....หวานจับใจ ฮ่าๆ เลยต้องกินคู่กับไอติมชาเขียวไป
และแล้วก็ได้รู้วิธีกิน คือการกินแบบมีสัดส่วนจะทำให้รสชาติ
เข้กันพอดี หวานนิดๆ มันหน่อยๆ

แต่ถ้าไอติมหมดก่อนล่ะ
? ก็เหลือแต่ทอปปิ้งหวานๆ
จนอดไม่ได้ที่จะยก ชาเขียวลาเต้ขึ้นซด
ซึ่ง รู้สึกถึงความขมของชาเขียวเลย คราวนี้ ขม ==''
ลองดื่มอึกใหญ่อีกที ขมจริงๆ ชาเขียวจริงๆ
เฝื่อนๆ
แต่ว่าพอกลืนแล้วมันรู้สึกอร่อยแบบแปลกๆ

แต่ถ้ากินกับพาเฟ่หวานๆ มันก็อร่อยอีก 
สรุป จ้วงเอาๆ จนไม่เหลือซาก และชาเขียวลาเต้ก็เกลี้ยง
แอบเสียดายที่หมดเร็ว ฮ๋าๆ

หลังจากที่กินเสร็จ เขาจะมีโซนที่เก็บของ
แยกถ้วยจาน ถาด หลอด อะไรก็ว่าไป
ดีตรงที่ ทำให้เรากินระวังมากขึ้น
เก็บเอง ทำให้ไม่ต้องใช้พนักงานเยอะ
พนักงานไม่มากวนเราด้วย
พอเก็บเสร็จแล้ว ก็ลงมาขอถ่ายรูปร้านเขา 

















ถ่ายได้แค่รอบๆ แค่อย่าถ่ายคน
(เคารพความเป็นส่วนตัวของเขา)

แล้วเราก็ชื่นชมโน่นนี่ซักพักก็กลับ
ด้วยการพักผ่อนแบบชิวๆ อิ อิ

การเดินทางไปร้านนี้ไม่ยากนะคะ ลงสถานี 
Azabu-Juban 
ไปทางรถไฟใต้ดินที่สามารถใช้ได้มี
2 สาย
คือ Toei 
Oedo line และ 
Tokyo metro Nanboku line
แต่แนะนำให้ขึ้น 
Tokyo metro Nanboku lineเพราะถ้านั่ง Oedo line ต้องเดินอีกประมาณ เกือบกิโล(เดินมาแล้ว)

ใครไปแถวนั้นก็ลงแวะดูนะคะ ^^
KOOTS WEBSITE

สำหรับคนที่ชินกับชาเขียวอาจจะกินเพียวๆได้
แต่สำหรับเรา เราคิดว่า การกินอาหาร
และการปรุงรสชาติอาหารแต่ละอย่างมันมีเหตุผล
ถ้ากินทุกอย่างที่เขาจัดมาให้ เราจะรู้สึกอิ่มพอดี
แต่ถ้าเลือกกินอย่างใดอย่างฟหนึ่งมันจะทำให้รสชาติของอาหาร
มันจะเกินไปสำหรับเรา เช่น ทำไมต้องมีผักดอง ทำไมต้องมีเครื่องเคียง

เมื่อก่อนเราเลือกกินนะ แบบว่ากินแต่อันนี้แต่ไม่กินเครื่องเคียง
และรู้สึกเลี่ยนทุกครั้งที่กินเทมปุระ หรือรู้สึกจืดชืดทุกครั้งที่กินโซบะ
แล้วไม่ใส่ต้นหอม เพราะเราไม่ชอบ
แต่เดี๋ยวนี้ กินทุกอย่าง เพราะรู้ว่าทุกอย่างที่จัดมา
มันจะทำให้เรากินอาหารในรสชาติที่พอดี

กิมจิหรือผักดองทำให้ไม่เลี่ยน
ต้นหอม กับวาซะบิ ทำให้น้ำจิ้มอุด้ง
มีรสชาติ และความหอม
ยังไงก็ลองกินอาหารให้หมดทุกอย่างดูนะคะ
แล้วจะพบว่า แม้จะทานอาหารเมนูเดิม แต่อร่อยได้แบบแต่งต่าง


สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ ^^

No comments:

Post a Comment