สวัสดีตอนมืดๆค่ะ เมื่อวานเนื่องจาก
น้องคอมไปทำการชุบตัวลงวินโดว์ใหม่
เลยมิได้แตะคุณน้องเลย
วันนี้ก็แตะคอมเป็นครั้งแรกของวันค่ะ
ยังไงก็ต้องขอบคุณ ผู้มีพระคุณในการชุบตัวน้องคอมของเราด้วยค่ะ ^^
น้องคอมไปทำการชุบตัวลงวินโดว์ใหม่
เลยมิได้แตะคุณน้องเลย
วันนี้ก็แตะคอมเป็นครั้งแรกของวันค่ะ
ยังไงก็ต้องขอบคุณ ผู้มีพระคุณในการชุบตัวน้องคอมของเราด้วยค่ะ ^^
วันนี้เราจะมาเมาส์เรื่องของกิน
จากการท่องเที่ยวไปทั่ว แบบมั่วๆกันอีกซักนิด
ล่าสุดที่ญี่ปุ่นมา เนื่องจาก
หลายอย่างผิดคาด และกำหนดการ
คาดเคลื่อนแบบเอาแน่อะไรไม่ได้
จึงเกิดอาการไม่รู้จะไปไหนดี...
บรรกาศเด็กหลงทางตอนเช้าอะไรประมาณนั้น
นึกถึงหนูน้อยไม่ขีดไฟ ในหิมะตอนเช้ามืด
และกระเป๋าเดินทางใบใหญ่นะคะ ==
ฉะนั้น การเที่ยวแบบหลงๆ งมๆ ไปก็เกิดขึ้น
อย่างที่บอกไปว่าเราไม่มีแผนที่จะเที่ยวเลย
ไม่ได้จัดเตรียมการเดินทาง รู้แต่ว่าเมื่อคราวก่อนมัวแต่ตื่นสาย
จึงอดเที่ยวตลาดปลาตอนเช้า
แล้วทำไมตอนนี้เราไม่เที่ยวล่ะ 0_O ?
พยายามข้อมูลที่หลงอยู่ในสมองดู
ทั้งหมอที่จำได้คือ “สถานีซิคิจิ” และ รถไฟใต้ดิน “GinZa line”
เท่านั้น...อนาถจริงๆ สมองอันน้อยๆของหนู
ก็จำไม่ได้แล้วว่าไปงมอีท่าไหน
รู้สึกเหมือจะกางแผนที่รถไฟขาดๆ
กับถามเจ้าหน้าที่สถานี ของสาย Ginza
จากการท่องเที่ยวไปทั่ว แบบมั่วๆกันอีกซักนิด
ล่าสุดที่ญี่ปุ่นมา เนื่องจาก
หลายอย่างผิดคาด และกำหนดการ
คาดเคลื่อนแบบเอาแน่อะไรไม่ได้
จึงเกิดอาการไม่รู้จะไปไหนดี...
บรรกาศเด็กหลงทางตอนเช้าอะไรประมาณนั้น
นึกถึงหนูน้อยไม่ขีดไฟ ในหิมะตอนเช้ามืด
และกระเป๋าเดินทางใบใหญ่นะคะ ==
ฉะนั้น การเที่ยวแบบหลงๆ งมๆ ไปก็เกิดขึ้น
อย่างที่บอกไปว่าเราไม่มีแผนที่จะเที่ยวเลย
ไม่ได้จัดเตรียมการเดินทาง รู้แต่ว่าเมื่อคราวก่อนมัวแต่ตื่นสาย
จึงอดเที่ยวตลาดปลาตอนเช้า
แล้วทำไมตอนนี้เราไม่เที่ยวล่ะ 0_O ?
พยายามข้อมูลที่หลงอยู่ในสมองดู
ทั้งหมอที่จำได้คือ “สถานีซิคิจิ” และ รถไฟใต้ดิน “GinZa line”
เท่านั้น...อนาถจริงๆ สมองอันน้อยๆของหนู
ก็จำไม่ได้แล้วว่าไปงมอีท่าไหน
รู้สึกเหมือจะกางแผนที่รถไฟขาดๆ
กับถามเจ้าหน้าที่สถานี ของสาย Ginza
แล้วก็ไปโผล่ที่...ที่นี่ที่ไหน ไม่เห็นซักตลาด 555
แต่คราวนี้ เดินงมไปแค่สองทิศ ไม่ถึงสี่ทิศ
ส่วนใหญ่เดินตามๆ คน ทางไหนคนเยอะก็ไปทางนั้น
พอเดินไปประมาณหนึ่งสี่แยก ก็เริ่มเห็นตลาด
เราก็เดินเข้าไปด้วยอาการสั่นเทา ต้องหาซื้อที่ปิดปาก
บรรเทาความหนาว เพราะขณะนี้ สวมเพียงแค่
เสื้อลำลองตัวเดียวกับสูทสีดำอีกตัวเท่านั้น
โดยปกติมันกันหนาวได้แค่ห้องแอร์
แต่นี่ล่อตอนเช้าก็ปาเข้าไปติดลบ
ไม่แข็งตายก็บุญแล้ว ถ้าไม่ติดเป้นะ
ฉันคงกลายเป็นนักวิ่งมาราธอน เผาผลาญไขมัน ฮ๋าๆ
แต่มีเป้ เลยทำได้แค่วิ่งเยอะๆ
เท่านั้นแหละ อิ อิ แต่คนก็มองอยู่ดี
พอไปถึงตลาด ที่มันไม่ได้มีแค่ “ปลา”
แต่มีตั้งแต่ร้าน ราเมง (อารมณ์ร้านก๋วยเตี๋ญวในตลาดบ้านเรามาก)
ร้านขายผัก ที่นี่ส่วนใหญ่แผงขายจะเป็นแนวลาด ขายในกล่องโฟม
ยอดผักกูดด้วยนะ แต่แพงมาก ทุกอย่างแพงมาก
ผักแพงแบบไม่น่าให้อภัย มีผักหลายอย่างที่ไม่รุ้จั
ส่วนร้านปลาก็จะมีแล่เนื้อปลาให้ดู
ไม่คาวแบบบ้านเรา เพราะบ้านเขาหนาว
โดยรวมเหมือนตลาดบ้านเราที่มีหลายๆอย่าง
แต่ว่า บ้านเราอยากกินก็ซื้อ แต่นี้
แม้แต่ปลาซักชึ้นยังไม่อยากะแตะ 555 แพงเวอร์
ที่นี่ตลาดสด คือมันสดจริงๆ
ไม่มีแกงถุง ไม่ได้กลิ่นอาหารอุ่นๆยามเช้า
ไม่มีข้าวหลามร้อนๆ ตอนหนาว
เอาเป็นว่า ตลาดบ้านเราบรรยากาศอบอุ่นน่าซื้อของกว่าเยอะ
เดินไปเดินมาซักพัก ก็เริ่มหิว มีร้านซูชิ
หรือร้านข้าวหน้าปลาดิบหลายร้าน
สำรวจเรียบร้อยแล้วว่า ราคาพอๆกัน
แต่เราปกติ กินปลาดิบไม่เก่ง(เมื่อก่อนได้กลิ่นยังไม่ได้)
แต่ยังไม่เจอซักที จึงหันเหไปหาร้านไข่หวานแทน
เจอหลายแบบนะ จนได้ปริมาณที่คิดว่าคงไม่อิ่มเกินไป
บ้านเขานี่อะไรก็ต้องดูดีเน๊อะ ขนาดของในตลาด
แพ็คเกจยังดูดีเรย แต่ก็นั่นแหละ มันรวมราคาแล้ว
บ้านเราคไม่ได้กำไรกันพอดี ฮา...
คำแรกทีเข้าปาก ไบ่หวานร้อนๆ อุ่นๆน่ะเหรอ....ฝันไปเถอะ
มันคือไข่หวานแช่ตู้เย็นดีๆนี่เอง =[]=!
จริงแล้วๆ ที่เขาทำสดๆก็มีนะ แต่ว่าเค้าทำอันใหญ่
เราไม่ได้ซื้อมากขนาดนั้น เลยไม่เรื่องมาก
แต่ก็อร่อยนะ อร่อยแบบเย็นๆ
แต่จริงๆ ไข่หวานที่เย็นแล้วจะไม่ค่อยรู้สึกถึงน้ำมันมาก
มันดีอย่างเสียอย่าง แต่ว่าถ้ากินในอากาศติดลบนี่ก็...สงสารตัวเอง –‘’=
หลังจากจิ้มกินจนหมดแล้ว ถ่ายรูปพอให้ชาวบ้าน
เขามองเหมือนคนบ้าที่แจ้งไข่หวานนานมากๆ
ก็มาเลือก ร้านข้าวหน้าปลาดิบกัน
คราวนี้ไม่หวังกับความอบอุ่นของอาหารแถมนี้แล้ว
เดินตรงไปด้วยความมั่นใจ
กำลังจะเข้าร้านเท่านั้นแหละ
ปรากฎว่า...เดินเข้าผิดที่ เพราะทางเข้าจริงๆ
ไม่ได้อยุ่ตรงหน้า แต่มันอยู่ซ้ายมือเรานี่เอง นั่นมันคนละร้าน
ยืนหน้าแตกแป๊บหนึ่งว่ามันใช่มั้ย
แล้วก็เดินเข้าไปสั่งอาหารหน้าปลาดิบมาเมนูหนึ่ง
ปรากฎว่า...เดินเข้าผิดที่ เพราะทางเข้าจริงๆ
ไม่ได้อยุ่ตรงหน้า แต่มันอยู่ซ้ายมือเรานี่เอง นั่นมันคนละร้าน
ยืนหน้าแตกแป๊บหนึ่งว่ามันใช่มั้ย
แล้วก็เดินเข้าไปสั่งอาหารหน้าปลาดิบมาเมนูหนึ่ง
แล้วเราก็เริ่มกิน อ้ำ...อร่อยๆ (เริ่มจากหมึก เราชอบมากกก)
เริ่มกินลดหลั่นตามความชอบไปทีละอย่าง จาก
หมึก สองหมึก หอย มากุโระ แล้วก็ปลาไรซักอย่าง
กินมาได้ครึ่งชามรู้สึกเรยว่า ลิ้นรู้สึกถึงความเค็มขึ้นเรื่อยๆ
นี่ข้าวมันผสมเกลือแน่ๆ ยกข้าวขึ้นมาดม กลิ่นลมทะเลลอยมาติดจมูเลย
โอววว....รสชาติของท้องทะเล เคมๆนี่เอง
ที่น่าหนักใจคือ...กุ้งแล้วมากุโระบด คือจะบอกว่า
ไอ้มากุโระเป็นชิ้น เรายังพอกินได้
แต่มาแบบแหลกละเอียดนี่มันชวนอ้วกจริงๆ
เพราะ ไม่ต้องเคี้ยวมันก็แหยะๆ ด้วยความหนืดของเนื้อปลาอ่านะ
โดยปกติแล้ว เราจะหลีกหนีอาหารที่มันยืดๆ แหยะๆ กินแล้วมึนหัว
(เรากินลราดหน้าไม่ได้นะ เพราะมันยืด ฮ๋าๆ)
และแล้ว เราก็หาวิธีการกินด้วยการกินปลาที่ห่อด้วยขิงดอง
พร้อมวาซาบิ... OMG ไม่ได้รสชาติไรเลยนอกจากความรู้สึกแหยะๆในสมอง
คราวนี้เริ่มอาการหนัก จะกินไม่หมดก็ไม่ได้
ไอ้คทำน่ะยืนมองหน้าอยู่ตรงหน้าเรย ฮ๋าๆ
ณ จุดๆนั้น มีใบไรเคี้ยวได้ เคี้ยวหมด จนในที่สุดมันก็หมด ฮ๋าๆ
ด่านสุดท้าย น้องกุ้งของเรา เกิดมา
เคยกินกุ้งดิบแค่กุ้งแช่น้ำปลา
รายนั้นกว่าจะกินไปก็ปาเข้าไปเกือบปี
มาคราวนี้สดๆ ไอ้ใบไม้ที่เป็ฯที่พึ่งก็ไม่เหลือ
แถมขิงดองยังเหลือนิดเดียว เราตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า...
หัวคำท้ายคำเอาให้หมด!
คำแรก กัดท้ายกุ้งไป นิ่มๆ แต่ยังไม่ถึงแหยะ
กินได้ รสเค็มนิดๆหวานหน่อย ไม่คาว
ทำให้คำนี้รอดพ้นไปแบบไม่ต้องพึ่งขิง
ปัญหาอยู่ที่น้องหัวมันนี่แหละ หลังจาก
พยายามเด็ดหัว ประหารชีวิตน้องกุ้งเรียบร้อย
ก็ได้เวลากิน คำเดียว...เคี้ยวๆ ไป โดนเนื้อไม่เท่าไหร่
แต่เผอิญไปกัดใส่ตรงคอกุ้งที่เหมือนจะมีพวกสารอาหาร
ทั้งหลายทั้งแหล่ที่เราเดาแล้วว่ามันคงจะใช่
โอววว ถ้าหลับตานี่ ฉันจะเห็นภาพ
แพลงตอนน้อยแหวกว่ายในท้องทะเล
ทั้งหลายทั้งแหล่ที่เราเดาแล้วว่ามันคงจะใช่
โอววว ถ้าหลับตานี่ ฉันจะเห็นภาพ
แพลงตอนน้อยแหวกว่ายในท้องทะเล
รู้สึกเหมือนกินสาหร่ายนิดๆ เค้มหน่อยๆ
สากๆด้วย..ความรู้สึกเหมือนกินน้ำทะเล
สรุปฉันกินกุ้งหรือแพลงตอน
สุดท้ายก็ส่งขิงดองชิ้นสุดท้ายเข้าปากเรียบร้อย
สากๆด้วย..ความรู้สึกเหมือนกินน้ำทะเล
สรุปฉันกินกุ้งหรือแพลงตอน
สุดท้ายก็ส่งขิงดองชิ้นสุดท้ายเข้าปากเรียบร้อย
ถือเป็นการจบมือเช้า วันแรกในญี่ปุ่น...ระทึกจะไม่ไหว
ถอนหายใจยาวๆ ซดชาร้อนอึกใหญ่ๆ โดยรวมอร่อยนะ
แต่ด้วยการที่เราไม่ค่อยถูกกับปลาดิบเป็นทุนเดิม
ด้วยความอยากลอง ก็เป็นการกินที่ระทึกดีจริงๆ
หลังจากนั้นเราก็ไปเดินเล่นก่อนเข้าไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม
ล๊าลา เหมือนมาเดินเล่นต่างจังหวัด ด้วยประการละฉะนี้
สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ บะบายยยย
ถอนหายใจยาวๆ ซดชาร้อนอึกใหญ่ๆ โดยรวมอร่อยนะ
แต่ด้วยการที่เราไม่ค่อยถูกกับปลาดิบเป็นทุนเดิม
ด้วยความอยากลอง ก็เป็นการกินที่ระทึกดีจริงๆ
หลังจากนั้นเราก็ไปเดินเล่นก่อนเข้าไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม
ล๊าลา เหมือนมาเดินเล่นต่างจังหวัด ด้วยประการละฉะนี้
สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ บะบายยยย
No comments:
Post a Comment